วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

อยากรวย ต้องรู้ รู้จักแผนที่นำทาง


เป้าหมาย และแผนการเงินส่วนบุคคล
                  การดำเนินชีวิตในสังคมไทยของเรานั้น นับวันมีแต่ทวีความซ้อนมากขึ้น เรื่องที่คนส่วนมากคิดว่า “ ไกลตัว ” เสียเหลือเกินในยุคสมัยหนึ่ง ก็กลับกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลกับชีวิตของเรา อย่างที่ส่วนใหญ่แทบจะไม่เคยคาดคิดมาก่อน
คนที่ไม่ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ปล่อยชีวิตให้เรื่อยเปื่อยไปตามกระแส หรือคนที่รู้แล้ว แต่ชะล่าใจ ไม่ได้คิดที่เตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ …
ก็จะต้องกลายเป็น “ กบแป๊ะ ” ไปในที่สุด !
วิธีเดียวที่คุณรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ก็คือ คุณจะต้องรู้จัก “ การวางแผนทางการเงิน” ซึ่งมีผู้ให้นิยามไว้ในแบบที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ดังนี้
                 “ การวางแผนการเงิน คือ การที่คุณรู้จักวางแผนในเรื่อง
                    การเงินของตัวคุณและครอบครัวอย่างเหมาะสม ซึ่ง
                    เรื่องนี้จะเชื่อมโยงกันอีกหลายประเด็น ทั้งรายได้
                    รายจ่าย การออม การลงทุน ภาษี การจัดการเรื่องหนี้
                    สิน รวมถึงการรู้จักการเตรียมตัวป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่จะมีด้วย ”
ถ้าคุนเคยเรียนเศรษฐศาสตร์มาบ้างก็คงพอจะทราบว่า แนวโน้มหนึ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอันเป็นผลพวงจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ก็คือ “ เงิน” จะต้องมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ
ตัวอย่างของพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไปในสังคมไทยเรานั้น ก็มีให้เห็นมากมาย …
                     —    เมื่อก่อนนี้คนไทยส่วนใหญ่เคยใช้วิธีรองน้ำฝนใส่ตุ่มเอาไว้ดื่มกินได้ตลอดปีโดยไม่ต้องเสียสตางค์ มาถึงวันนี้ เรากลับต้องซื้อน้ำเปล่าบรรจุขวดที่ราคาแพงกว่าน้ำมันมาดื่มแทน
                      —    คนสมัยนี้มีสิ้นค้าและบริการที่อำนวยความสะดวกสบายและมีกิจกรรมที่ทำนอกบ้านมากขึ้น เช่น ทำงาน กินอาหาร ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ ผิดกับการใช้ชีวิตเมื่อก่อนนี้ ที่คนส่วนใหญ่เมื่อเลิกงานแล้ว ก็มักจะใช้เวลาพักผ่อนอยู่กับบ้านเป็นหลัก
                        —   เดี๋ยวนี้ครอบครัวส่วนใหญ่ทั้งสามีภรรยาและลูกๆ ต่างออกไปทำงานนอกบ้าน ซึ้งหนีไม่พ้นต่างคนต้องมีพาหนะที่ใช้ในการเดินทางเป็นของตนเอง ( ดังที่มีผู้เปรียบเทียบว่าเดี๋ยวนี้รถยนต์มีวามสำคัญถึงขนาดยกให้เป็น “ ปัจจัยที่ 5” ในการดำรงชีวิตของคนในยุคปัจจุบันถัดจากอาหารเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคแล้ว ) จึงเป็นเรื่องธรรมดามากที่แต่ละบ้านมีรถยนต์มากกว่าครอบครัวละ 1 คัน ผิดกับสมัยก่อนที่แทบจะนับครัวเรือนที่มีรถยนต์ได้
                          คุณจะเห็นได้ว่า เกือบทุกเรื่องหนีไม่พ้นที่เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ “ เงิน” แทบทั้งนั้นเ
 เมื่อพูดถึงเรื่องของการวางแผนการเงิน ก่อนอื่นคุณจะต้องค้นหาความต้องการของตัวเอง และตอบกับตัวคุณเองให้ได้เสียก่อนว่า คุณมีเป้าหมายอะไร?
ถ้ามองการวางแผนการเงินอย่างเป็นธุรกิจ เราก็อาจนำเอาวิธีการต่างๆ ที่ใช้กันมากโดยเฉพาะในโลกตะวันตกในเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ทางกิจบางอย่างประยุกต์ใช้ได้
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการวางแผนบางคนบอกว่า เป้าหมายที่ดีนั้นจะต้อง SMART ซึ้งอาจจะเป็นการสื่อเป็นนัยๆ ว่าการกำหนดเป้าหมายนั้น ไม่ใช่เพียงแค่วักว่าทำๆ ไปเท่านั้น แต่จะต้องกำหนดขึ้นอย่าง “ ชาญฉลาด ”ในที่นี้ ยังมีความหมายที่ลึกซึ้งไปกว่าการแปลความแบบตรงตัวเช่นนั้น
ความจริงแล้ว มันคือ “ ลูกเล่น ” ที่มาจากอักษรตัวแรกที่ใช้แทนคำย่อในภาษาอังกฤษของคุณลักษณะ 5 ประการของการกำหนดเป้าหมายที่ชาญฉลาด ดังต่อไปนี้
                                    —     มีความชัดเจน ( Specific  )
                                     —    สามารถวัดได้( Measurable )
                                     —     มีผู้รับผิดชอบ( Accountabie)
                                     —      สามารถบรรลุผลได้( Realistic )
                                     —     มีกำหนดเวลาแน่นอน( Time Bound )
เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น เราจะขอยกตัวอย่างให้คุณเห็นว่า…เมื่อคนส่วนใหญ่ถูกตั้งคำถามว่ามีเป้าหมายอะไรบ้างในชีวิต? ก็คงจะได้คำตอบไปต่างๆ นานา
แต่คงไม่ผิดนัก ที่คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึง “ ความฝัน ” ในลักษณะที่คล้ายๆกันทำนองนี้…
                                     —      อยากเรียนจบสูงๆ ได้งานดีๆ ได้เงินเดือนสูงๆ เป็นเจ้าคงนายคน
                                     —      อยากมีรถยนต์คันหรู มีบ้าน/คอนโดมิเนียมสวยๆ หรือมีบ้านหลังที่ 2 ไว้ ผักผ่อนในต่างจังหวัดสักแห่ง
                                     —      อยากมีคู่ชีวิตที่จะแต่งงานไปชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบและมีความสุข
                                     —      อยากมีโอกาสเดินทางได้ไปผักผ่อน หรือไปท่องเที่ยวบ่อยๆ
                                     —       อยากส่งเสียให้ลูกๆ ได้มีการศึกษาสูงๆ และเรียนในสถาบันการศึกษาที่ดีๆ
                                     —      อยากมีเงินทองมากๆ ยิ่งรวยได้ ยิ่งดี เพื่อที่จะได้เกษียณตั้งแต่อายุยังไม่มาก
                                                                      ฯลฯ
ถ้าหากพิจารนณาเพียงแค่ผิวเผิน คุณคงจะไม่เห็นว่ามีอะไรที่ผิดปกติ แต่สำหรับนักวางแผนแล้ว ถือว่าความคิดแบบนี้…
ยังไม่ใช่การกำหนิดเป้าหมายอย่างชาญฉลาด!
ถ้าคุณลองสังเกตดูใหม่อีกที ก็จะเห็นได้ว่า เป้าหมายข้างต้นที่พูดถึงส่วนใหญ่นั้นยังขาดความชัดเจนในตัวเอง เพราะเป้าหมายต่างๆ ที่พูดถึงเหล่านี้ยังมีความเป็นนามธรรม อยู่สูงมาก
การกำเนิดเป้าหมายที่ดีนั้นจะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอที่คุณจะแปลงมันออกมาเป็นตัวเลขที่สามารถวัดได้ มิฉะนั้น เป้าหมายต่างๆ เหล่านั้นมันจะยังคงเป็นเพียง “ ความฝัน ” ที่ล่องลอยอยู่ในวิมาน ซึ่งยากจะทำให้มันกลายเป็น
“ ความจริง ”ขึ้นมาได้ เช่น
                                     —      ที่ว่าอยากมีรถยนต์คันหรูและมีบ้านสวยๆ นั้นก็ควรบอกรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับยี่ห้อ รุ่น หรือแบบบ้านที่คุณได้ไปแอบด้อมๆ มองๆ เอาไว้ด้วย
                                     —      ที่ว่าอยากแต่งงานมีครอบครัวนั้นคุณควรไปถามว่าที่พ่อตาแม่ยายของคุณไว้ว่าต้องการสินสอดทองหมั้นอะไรบ้าง? จะจัดแต่งงานกันที่ไหน? อย่างไร?
                                     —       ที่บอกว่าอยากให้ลูกๆ เรียนจบสูงๆ นั้น คุณควรระบุให้ชัดเจนว่าคุณจะส่งเสียเขาไปจนจบถึงระดับปริญญาตรี โท หรือเอก รวมทั้งควรระบุด้วยว่าเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชน? ในประเทศหรือต่างประเทศ?
                                     —       ที่บอกว่าอยากไปท่องเที่ยวนั้น ก็ควรจะบอกให้ชัดเจนไว้เลยว่าคุณอยากจะไปเที่ยวที่ไหน?
อเมริกา ยุโรป เชียงใหม่ ภูเก็ต?
                                      —       ส่วนที่บอกว่าอยากจะเกษียนตั้งแต่อายุยังไม่มากนั้น คุณควรจะลองประมาณดูว่าครอบครัวคุณมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เดือนละเท่าได?  จะมีรายได้เพื่อให้เพียงพอใช้จ่ายจากแหล่งไหนบ้าง ? และจะเกษียณเมื่ออายุเท่าไร?
เพราะถ้าหากไม่มีการระบุรายละเอียดต่างๆ ของเป้าหมายเหล่นานี้ออกมาให้ชัดเจน (Specifik) คุณคงไม่มีทางที่จะทราบได้ว่า…
                                       —      การทำ “ ความฝัน ” ดังกล่าวให้เป็นจริงต้องใช้งบประมาณเท่าใด (Measurable)
                                      —      ใครที่จะเป็นคนรับผิดชอบภาระต่างๆ เหล่านี้ (Accountable)
                                       —       “ ความฝัน ” เหล่านั้นอยูในวิสัยที่จะทำให้เป็น “ ความจริง ”ได้หรือไม่? (Realistic) และที่สำคัญที่สุด คือ…
                                       —       คุณต้องระบุเงื่อนเวลาที่แน่นอนไว้ด้วยว่า อยากให้ “ ความฝัน ” ต่างๆ
เหล่านั้นเป็น “ ความจริง ” เมื่อไร? (Time Bound)
ความจริงแล้ว ทุกคนต่างมีความฝันทำนองนี้ด้วยกันทั้งนั้น แต่สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ประสบความล้มเหลว ไม่สามารถสารความฝันของตนเองให้กลายเป็นจริงได้ก็เพราะ…
นิสัยที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งนั้นเอง!
เมื่อกลางปี 2546 รัฐบาลไทยเชิญศาสตราจารย์ Michael E.  Porter ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับโลกด้านการวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ มาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก ในครั้งนั้น ศาสตราจารย์ Porter ได้ตอกหน้าคนไทยไว้อย่างเจ็บปวดว่า…
“ ประเทศไทยนั้น ถือได้ว่าเป็นผู้นำในระดับโลกในการวางแผน แต่ไม่ค่อยเก่งเท่าใดในการทำให้บรรลุเปาหมายที่วางไว้และเป็นไปตามแผน ”
ไม่ต้องดูอื่นไกล ดูอย่างการสร้างสนามบินใหม่ของเรา ตั้งแต่เริ่มคิดสร้างสนามบินใหม่ จนถึงวันที่สร้างเสร็จ และสามารถใช้งานได้จริง เราใช้เวลารวมทั้งหมดกี่ปี? ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปหรือมาเลเซีย ซึ่งแม้ว่าจะเริ่มคิดทีหลังเรามาก แต่ของเขาเสร็จก่อนเราไม่นานแล้ว
พูดแล้ว รมณ์  บ่ จอย กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่า…
ในการแก้ไขปัญหานี้ สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เราไม่จำเป็นรอทุกอย่างพร้อมหรือสมบูรณ์ก่อนแล้วค่อยทำ สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องกล้าตัดสินใจ เมื่อข้อมูลหลักๆ สำหรับการตัดสินใจนั้นมีพร้อมอยู่แล้ว
คุณต้องกล้าเดินหน้า โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้มีข้อมูลที่พร้อมสมบูรณ์  100% เพราะเมื่อมีแผนและเครื่องไม้เครื่องมือพอสมควรแล้ว ก็รีบดำเนินการตามแผนไปก่อนเลย ไม่มัวแต่จดๆ จ้องๆ และที่สำคัญ คือ คุณไม่ควรวิตกต่ออนาคตมากจนเกินเหตุ ปัญหาบางอย่างที่พอที่จะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าอาจจะต้องเกิดขึ้นนั้น ก็ให้คิดเตรียมแผนสำรองเอาไว้ก่อน ส่วนปัญหาอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ที่คาดไม่ถึงนั้น ก็ต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องรอไว้ก่อน จนเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ก็ค่อยๆ หาวิธีแก้ไขกันไป
ถ้าไม่ทำอย่างนี้ เราต้องจมปลักกับ “วงจรอุบาทว์”ของการผัดวันประกันพรุ่งอยู่เรื่อยไป อย่างไม่จบสิ้น
ในการกระตุ้นให้เราแก้ไขนิสัยที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง วิธีหนึ่งที่ผู้เขียนใช้เตือนสติตัวเองอยู่บ่อยๆ คือ คำควัญของรองเท้า Nike ในเวอร์ชั่น 3 ภาษา (อังกฤษ-ไทย-ลาว) ดังนี้
Just Do It! ทำ (มัน) ไปเลย! เฮ็ดโลด!!!
 ก่อนที่จะพูดถึงรายละเอียดอื่นต่อไป มีอีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากบอกกับคุณด้วย คือ…
อย่าเข่าใจผิดว่า“ การวางแผนทางการเงิน” นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ในชีวิตของคนเราด้วย
แม้เป้าหมายที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากที่สุดจะยังคงเป็นเรื่องของตัวเงินเป็นหลัก แต่นั้นเป็นเพียงความมั่งคั่งในความหมายแคบ ซึ่งเกี่ยวพันกับความอยู่ดีกินดีทางด้านวัตถุ (material weii-being) เพื่อสนองความต้องการทางด้านร่างกายเป็นหลักเท่านั้น
เราต้องไม่ลืมว่าชีวิตของคนเรานั้น ยังมีเป้าหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางจิตใจ หรือจิตวิญญาณที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน หรืออาจจะมีความสำคัญกว่าด้วยซ้ำไป ถ้าคุณมีความเห็นว่าคนเรามิได้เกิดมาเพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว
พงษ์ ผาวิจิต ได้ให้ “นิยามใหม่ของความมั่งคั่ง” ไว้อย่างน่าสนใจว่า นอกเหนือไปจาก “ ความมั่งคั่งทางการเงิน” (Financial Wealth) แล้ว คนเราควรจะมีความมั่งคั่งในด้านอื่นๆ ด้วยคือ
                                       —       ความมั่งคั่งทางปัญญา (Cognitive Wealth)
                                       —       ความมั่งคั่งทางความคิดสร้างสรรค์ (Creative Wealth)
                                       —       ความมั่คั่งอันเนื่องจากสุขภาพที่สมบรณ์ (Physical Wealth)
                                       —       ความมั่งคั่งทางอารมณ์ (Mental Wealth)
                                       —       ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณ (Spiritual Wealth)
การตั้งเป้าหมายทางการเงินของเรา จึงควรพิจารณามิติด้านคุณภาพประกอบด้วย เพราะหลายๆ อย่างในชีวิตของเรา เงินซื้อไม่ได้ ดังที่มีผู้บางท่านเคยกล่าวไว้ว่า
“ Money may be the husk of many thing,but not the kernel.
It bring you foot, but not appetite;
Medicine, but not health;
Acquaintantances, but not friends;
Servants, but not faithfulness;
Days of joy, but not peace or happiness.”
“ทรัพสินเงินทองนั้นเป็นเพียงแค่เปลือก มิใช่แก่นสาร
มันอาจนำมาซึ่งข้าวปลา แต่มิใช่การเจริญอาหาร
มันอาจนำมาซึ่งยารักษาโรค แต่มิใช่สุภาพที่สมบูรณ์
มันอาจนำมาซึ่งความรู้จักมักคุ้น แต่ไม่ใช่มิตรภาพ
มันสามารถนำมาซึ่งผู้รับใช้ แต่ไม่ใช่ความซื่อสัตย์ภักดี
มันสามารถนำมาซึ่งเวลาแห่งความสนุกสนาน แต่ไม่ใช่ความสงบสุข”
อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องระมัดระวังในการกำหนิดเป้าหมายต่างๆ ด้วย ก็คือ…
จริงอยู่ ในตอนแรกตัวเราเป็นคนกำหนิดเป้าหมาย แต่หลังจากนั้น เป้าหมายเหล่านี้จะ ย้อนกลับ มามีอิทธิพลกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการดำเนินชีวิต นิสัย วิธีคิด บุคคล หรือแวดวงสังคมที่ชีวิตของเราเข้าปัยเกี่ยวข้องด้วย
หากไม่รู้เท่าทัน บางครั้งมันอาจทำให้เราหลงผิดได้ง่ายๆ เหมือนกับ “หนูถีบจักร” ที่ติดอยู่ในวงล้อที่หลอกล่อให้วิ่งไล่อาหาร หรือ “ สุนัขวิ่งแข่ง”ที่ไล่กระต่ายปลอมที่ถูกใช้เป็นเป้าล่อให้วิ่งไล่ตาม
ถ้าหากเป้าหมายที่เราต้องการมีเงินมากๆ หรืออยากรวยเร็วๆ มีอิทธิพลถึงขั้นที่ทำให้เราต้องเลือกทำงานในสิ่งเราไม่ชอบ หรือเลือกทำอาชีพที่เบียดเบียนหรือเป็นโทษต่อคนอื่น ตลอดจนการกระทำที่ผิดศีลธรรมจรรยาบรรณหรือผิดกฎหมายแล้วละก็…
เราคงจะต้องตั้งคำถามกับตังเองเหมือนกันว่า เป้าหมายเหล่านี้เป็นเป้าหมายของตัวเราเอง หรือเป็นเป้าหมายที่เกิดจากคนรอบข้างของเรามาช่วยตั้งให้ หรือกำหนิดแทนให้เราหรือเปล่า? หรือเป็นเพียงเปาหมายที่เราสักแต่ว่าตั้งตามคนอื่นๆ เท่านั้น?
ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด เราจึงต้องจัดลำดับก่อนหลังว่า เป้าหมายใดที่มีความสำคัญมากกว่าเป้าหมายอื่น เพื่อจะได้ทราบว่าเราจะต้องตัดเป้าหมายใดบ้าง เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายที่มีความสำคัญมากกว่า
ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การวางแผนทางการเงินมักจะแบ่งการกำหนิดเป้าหมายออกเป็น 2 อย่าง คือ (1) เป้าหมายระยะสั้น และ (2) เป้าหมายระยะยาว
เป้าหมายระยะสั้น
           หมายถึงความต้องการใช้เงินภายในระยะไม่เกิน 1 ปี ส่วนมากมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการใช้จ่ายชีวิตประจำวัน การออมเพื่อใช้ในยามที่จำเป็นหรือกรณีฉุกเฉิน การหาที่อยู่ชั่วคราว การซื้อสิ่งอำนวยควมสะดวกต่างๆ การเดินทางท่องเที่ยวหรือผักผ่อน
เป้าหมายระยะยาว
             หมายถึง ความต้องการใช้เงินในระยะที่เกิน 1 ปี ซึ่งอาจแบ่งเป็นความต้องการใช้เงอนในแต่ละช่วงเวลา
 เช่น 1-5 ปี 6-10 ปี 11-15 ปีข้างหน้า สำหรับคนในช่วงอายุ 30-40 ปี เป้าหมายระยะ 1-5 ปี มักจะเป็นเรื่องของการสร้างความมั่นคงในชีวิต เช่น การเก็บเงินดาวน์ผ่อนบ้าน การซื้อรถยนต์ การแต่งงานมีครอบครัว การซื้อที่อยู่อาศัย การลงทุนทำธุรกิจ ส่วนเป้าหมายของการวางแผนทางการเงินในระยะยาวเกินกว่านั้น มักจะเกี่ยวกับการวางแผนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัว การท่องเที่ยว การวางแผนเกษียณอายุ
การตั้งเป้าหมายและวางแผนทางการเงินของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ด้วยแต่ละคนมีความฝันหรือความจำเป็นที่ไม่เหมือนกัน และมีสภาพแวดล้อมหรือค่านิยมที่ต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวนั้น อาจมีปัจจัยมากมายที่ทำให้เป้าหมายหรือแผนของเราที่วางไว้ล่วงหน้าถูกกระทบได้ ดังนั้น แผนการเงินระยะยาวจึวควรจะมีการยืดหยุ่น (flexibility) พอสมควร ซึ่งควรเป็นการยึดหลัก “ทางสายกลาง”ที่ไม่ตึงไม่หย่อนจนเกินไป
ในบางครั้ง เราอาจจำเป็นต้องปรับลดเป้าหมายของเราลงไปบ้าง หรือเปลี่ยนเป้าหมายของเราให้สอดคล้องกับวิธีชีวิตที่เราต้องการ
เราไม่ควรมองการบรรลุเป้าหมายในชีวิต เหมือนกับการวิ่งแข่งระยะสั้น (sprint) ที่นักกีฬาจะต้องรีดพลังทั้งหมดออกมาจากร่างกายทุกส่วน เพื่อให้วิ่งเข้าถึงเส้นชัยโดยเร็วที่สุด
ซึ้งดูเหมือนกับว่า…เราจะมีความสุขอยู่เพียงจุดเดียว คือ จดที่เราผ่านเส้นชัย หรือจุดที่เราบรรลุเป้าหมายนั้นเท่านั้น
แต่ดังที่ได้กล่าวไว้ในบทก่อนๆ แล้วว่า
ชีวิต คือ “การเดินทาง” (journey) มิใช่ “จุดหมาย”(destination)
ดังนั้น ถ้าจะเปรียบเทียบชีวิตคนเรากับการวิ่งแข่ง ก็น่าจะเปรียบเทียบกับ การวิ่งแข่งระยะไกล (marathon) มากกว่า จุดแตกต่างที่สำคัญ คือ เราไม่จำเป็นต้องโหมใช้พลังงานที่เรามีไปในช่วงหนึ่งทั้งหมด แต่ควรจะคิดว่าชีวิตเรานั้นยังต้องเดินทางอีกไกล ซึ่งทุกๆ กิโลเมตรที่เราวิ่งผ่านไปนั้น ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จ
คนเรานั้นในบางครั้งอาจรู้สึก “ท้อ” บ้าง เมื่อเผชิญหน้ากับอุปสรรคบางอย่างที่เกิดขึ้น แต่จะต้องไม่ “ถอย” เพราะเป็นธรรมดาที่ชีวิตของคนเราจะต้องมีทั้งเหตุการณ์ ที่ผิดหวังและสมหวัง ที่สำคัญคือ ในห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้นั้น คุณจะต้อง ศรัทธา ในตัวเอง และมองว่า ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ และคุณต้องมีวินัย เพื่อที่จะ “เอาชนะตนเอง” และวิ่งไปให้ถึง เส้นชัยแห่งชีวิต ให้ได้!
เพื่อให้ได้ผลอย่างเต็มที่ เราอยากแนะนำว่า คุณควรจะเขียนเป้าหมายทางการเงินเหล่านี้ของตัวเองเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ เพื่อที่คุณจะได้เห็นเป้าหมายทางการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างรูปธรรม และเป็นสิ่งคอยกระตุ้นตัวคุณเองว่าได้มีการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ ตามระยะเวลาที่กำหนิดไว้หรือไม่?
หากมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเกิดขึ้น คุณจะได้หาทางออก และปรับเปลี่ยนวิธีการหารายได้ รวมทั้งพฤติกรรมการใช้จ่ายเสียแต่เนิ่นๆ



อ้างอิง
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์             นภดล นันทาภิฒน์
ผู้เขียน                               นำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์
                                          ประพิณ ลลิตภัทร
                                          ศศินี ลิ้มพงษ์
                                          หทัยชนก เตชะรัตนะวิโรจน์
อำนวยการผลิต                   ผาณิต เกิดโชคชัย , ปนัดดา เพิ่มประโยชน์, กมลชนก  กัณห์วานิช
                                          ฝ่ายสื่อพิมพ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
                                          62 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
                                         โทร.0229-2038,2040-2041 โทรสาร 0-2654-5399
                                          http://WWW.set.or.th E-mail:                                                                                                     publication&mediadepartmant@set.or.th
พิมพ์ครั้งที่ 1                       ธันวาคม 2546 จำนวน 10,000 เล่ม ราคา 120 บาท
พิมพ์ครั้งที่ 2                       มีนาคม 2547 จำนวน 10,000 เล่ม ราคา 120 บาท
พิมพ์ครั้งที่ 3                       พฤษภาคม 2547 จำนวน 40,000 เล่ม ราคา 120 บาท
พิมพ์ครั้งที่ 4                       พฤษภาคม 2548 จำนวน10,000 เล่ม ราคา 120 บาท

ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
นำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์
           รู้จักแผนที่นำทาง เล่ม 1 ชุด อยากรวย ต้องรู้ : เคล็ด(ไม่) ลับสู่...อิสราภาพทางการเงิน
            กรุงเทพฯ: ตลาดหนักทรัพย์แห่งประเทศไทย, 2557. 176 หน้า
            1. การเงินส่วนบุคคล .1. ประพิณ ลลิตภัทร, ศศินี ลิ้มพงษ์ ,หทัยชนก เตชะรัตนะวิโรจน์ ,ผู้แต่ง                รวม. 2. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. 3. ชื่อเรื่อง. 332.042 iSBN 974-91793-6-6
ภาพประกอบ                       หมอ ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์
ออกแบบ                              111475 บริษัท คัมปาย อิมเมจจิ้ง จำกัด
พิมพ์                                     22 ก.ค 2549 บริษัท อมริทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิซซิ่ง จำกัด (มหาชน)
                                             65/16 ซอยวัดชัยพฤษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
                                             โทร. 0-2422-9000 โทรสาร 0-2433-2742,0-2434-1385
จัดจำหน่าย                           บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
                                              อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้นที่ 19 เลขที่ 46/87-90
                                              ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
                                              โทร. 0-2751-5888,0-2325-1111